<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[เราไม่ทิ้งกัน]]></title>
<link>https://nbtphitsanulok.prd.go.th/th/content/category/index/id/37</link>
<atom:link href="https://nbtphitsanulok.prd.go.th/th/content/category/index/id/37" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[เตือนคนไทยตกค้าง ในต่างประเทศเข้ากรุ๊ปไลน์ รับคำปรึกษาสุขภาพจากทีมแพทย์ไทย]]></title>
<link>https://nbtphitsanulok.prd.go.th/th/content/category/detail/id/37/iid/344</link>
<guid isPermaLink="false">bde7bb6ce1694774e0d9819507d8b01e</guid>
<pubDate>Mon, 17 Aug 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong>เตือนคนไทยตกค้าง ในต่างประเทศเข้ากรุ๊ปไลน์ รับคำปรึกษาสุขภาพจากทีมแพทย์ไทย</strong></p>

<p><strong>นายเชิดเกียรติ อัตถากร อธิบดีกรมสารนิเทศ</strong> และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ที่ผ่านมากระทรวงการต่างประเทศได้ติดตามให้การช่วยเหลือคนไทยที่อยู่ในต่างประเทศช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งมอบถุงยังชีพ ให้คำปรึกษาทางด้านสุขภาพกาย สุขภาพจิตและติดตามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในแต่ละประเทศในการให้การดูแลรักษาคนไทยที่ติดเชื้อโคโรนา 2019 เมื่ออยู่ต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังให้การช่วยเหลือคนไทยที่ต้องการกลับมายังประเทศไทย จากวันละ 200 คน เป็นวันละ 600 คน โดยมีการคัดกรองสุขภาพก่อนเดินทางเมื่อกลับมากักตัวยังสถานที่กักแยก โดยตั้งแต่เดือนเมษายนถึงปัจจุบันได้พาคนไทยกลับประเทศไทยแล้วกว่า 69,000 คน รอเดินทางกลับเข้ามาในวันที่ 16 สิงหาคมนี้ จากกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย 50 คน จากกรุงปารีส และสหรัฐอเมริการวมกว่า 100 คน &nbsp;</p>

<p><strong>ด้าน นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า</strong> ได้ประสานการทำงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อให้การดูแลคนไทยในต่างประเทศ เบื้องต้นมีการจัดทีมแพทย์ พยาบาล 10 ทีม ทีมละ 5-6 คน ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านการเจ็บป่วยฉุกเฉิน ด้านโรคติดเชื้อ ด้านโรคปอดและระบบทางเดินหายใจ เข้าไปอยู่ในกรุ๊ปไลน์ของสถานกงสุลและคนไทยในต่างประเทศ แบ่งเป็นรายประเทศ เพื่อให้คำปรึกษาเรื่องการดูแลตัวเอง ส่วนกรณีประชาชนมีความกังวล หรือมีปัญหาสุขภาพก็จะมีการทำเทเลเมดิซีนร่วมด้วย ทั้งนี้จากการให้คำปรึกษาพบว่ามีคนไทยจำนวนหนึ่งที่มีปัญหาสุขภาพ มีโรคประจำตัวอื่นๆ อาทิ เบาหวาน ความดัน มะเร็ง โรคสมอง ฯลฯ ซึ่งหลายรายต้องการกลับมารักษาตัวในเมืองไทยก็จะมีการประสานงานและจัดหาสถานพยาบาลรองรับ เป็น Hospital Quarantine คือเข้ามาเพื่อรับการรักษาโรคประจำตัวและกักตัวตัวไปด้วย ที่น่าห่วงตอนนี้คือ ที่เกาหลีใต้ ซึ่งมีแรงงานจำนวนหนึ่งที่เข้าเมืองแบบผิดกฎหมายทำให้เวลาเจ็บป่วยไม่กล้าที่จะไปรับการรักษา เข้าไม่ถึงระบบสาธารณสุขของประเทศนั้นๆ เช่น เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ก็มีแรงงานเส้นเลือดสมองแตก ก็ต้องดูแลกันต่อไป ฉะนั้นตอนนี้คนไทยที่อยู่ในต่างประเทศที่ยังไม่ได้อยู่ในกรุ๊ปไลน์ ขอให้ติดต่อสถานกงสุล เพื่อเข้ากรุ๊ปที่มีแพทย์ไทยคอยดูแลให้คำปรึกษาอยู่&nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>ข้อมูลข่าวและที่มา<br />
ผู้สื่อข่าว : นฤมล อุดมพร / สวท.<br />
ผู้เรียบเรียง : ธนพิชฌน์ แก้วกา<br />
แหล่งที่มา : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</p>
]]></description>
<enclosure url='https://nbtphitsanulok.prd.go.th/th/file/get/file/20200817828e879416831f6efbb3b63206675ae8125431.jpg' type='image/jpg' length='68463' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[สำนักงานประกันสังคม ชี้แจงกรณีเลื่อนจ่ายเงิน 15,000 บาท เนื่องจากไม่เข้าเงื่อนไขการได้รับสิทธิเกือบ 60,000 ราย]]></title>
<link>https://nbtphitsanulok.prd.go.th/th/content/category/detail/id/37/iid/345</link>
<guid isPermaLink="false">7d62687d26a0514b4c4f867e8ead55d7</guid>
<pubDate>Mon, 17 Aug 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong>สำนักงานประกันสังคม ชี้แจงกรณีเลื่อนจ่ายเงิน 15,000 บาท เนื่องจากไม่เข้าเงื่อนไขการได้รับสิทธิเกือบ 60,000 ราย</strong></p>

<p><strong>เพจเฟซบุ๊ก สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงา</strong>น ชี้แจงถึงกรณีที่ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 นางพิศมัย นิธิไพบูลย์ รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ในฐานะโฆษกสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยถึงมาตรการบรรเทาผลกระทบจากโรคโควิด-19 สำหรับลูกจ้างในระบบประกันสังคมว่า โครงการจ่ายเงินชดเชยรายได้กรณีว่างงาน 15,000 บาท จะจ่ายให้กับลูกจ้างผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่เคยยื่นกรณีว่างงานด้วยเหตุสุดวิสัย แต่ไม่ได้รับเงินการชดเชยรายได้กรณีว่างงาน 62% ของค่าจ้าง เนื่องจากส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมไม่ครบ 6 เดือนภายใน 15 เดือน ซึ่งมีตัวเลขผู้ประกันตนที่มีสิทธิได้รับเงินดังกล่าวจำนวน 59,000 ราย พร้อมระบุว่าเมื่อกระทรวงการคลังอนุมัติเงินมาเมื่อใด สำนักงานประกันสังคมจะโอนเงินเข้าบัญชีผู้ประกันตนตามฐานข้อมูลรายชื่อภายใน 2 สัปดาห์ หรือประมาณกลางเดือนสิงหาคมนี้&nbsp;</p>

<p><strong>ล่าสุด เพจสำนักงานประกันสังคม ชี้แจงว่า</strong> &quot;ด้วยขณะนี้สำนักงานประกันสังคมอยู่ระหว่างกระบวนการขอรับการจัดสรรเงินงบประมาณจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเมื่อได้รับการจัดสรรและโอนเงินงบประมาณเรียบร้อยแล้ว จะเร่งทำการจ่ายเงินให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว&rdquo;</p>

<p><strong>ข้อมูลข่าวและที่มา</strong><br />
ผู้สื่อข่าว : นิตยา คุณสิม<br />
ผู้เรียบเรียง : ธนพิชฌน์ แก้วกา<br />
แหล่งที่มา : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</p>
]]></description>
<enclosure url='https://nbtphitsanulok.prd.go.th/th/file/get/file/202008174cde9fe032b2860a2873c22fe2370405125529.jpg' type='image/jpg' length='1755212' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ลงทะเบียนขอสินเชื่อ New Gen Hug บ้านเกิดและสินเชื่อพอเพียงเพื่อเลี้ยงชีพ ผ่าน LINE BAAC Family ถึง 30 มิถุนายน 2564]]></title>
<link>https://nbtphitsanulok.prd.go.th/th/content/category/detail/id/37/iid/346</link>
<guid isPermaLink="false">4db1ebf33a89e1a66c825bc9694cacce</guid>
<pubDate>Mon, 17 Aug 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong>ลงทะเบียนขอสินเชื่อ New Gen Hug บ้านเกิดและสินเชื่อพอเพียงเพื่อเลี้ยงชีพ ผ่าน LINE BAAC Family ถึง 30 มิถุนายน 2564</strong></p>

<p><strong>นายสมเกียรติ กิมาวหา รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)</strong> เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. เปิดตัวสินเชื่อฟื้นฟูภาคเกษตรหลังสถานการณ์โควิด-19 ได้แก่ สินเชื่อ New Gen Hug บ้านเกิด วงเงินรวม 60,000 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าลงทุนหรือค่าใช้จ่ายหมุนเวียนในการทำการเกษตรหรือประกอบธุรกิจการเกษตรสมัยใหม่ที่อาศัยเทคโนโลยีหรือนวัตกรรม อัตราดอกเบี้ยกรณีค่าใช้จ่ายหมุนเวียน ร้อยละ 0 ต่อปี ในช่วง 3 เดือนแรก และตั้งแต่เดือนที่ 4 เป็นต้นไป คิดอัตราดอกเบี้ย MRR (ร้อยละ 6.50 ต่อปี) กรณีค่าลงทุน ปีที่ 1-3 ร้อยละ 4 ต่อปี ปีที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ย MRR และสินเชื่อพอเพียงเพื่อเลี้ยงชีพ วงเงินรวม 10,000 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายหมุนเวียนและทำการเกษตรตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หรืออาชีพที่เกี่ยวเนื่องกับการเกษตรที่เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม หรืออาชีพนอกภาคเกษตรที่เป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ วงเงินกู้รายละไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0 ต่อปี ในช่วง 3 เดือนแรก และตั้งแต่เดือนที่ 4 เป็นต้นไป คิดอัตราดอกเบี้ย MRR</p>

<p><strong>ผู้สนใจขอรับการสนับสนุนสินเชื่อ</strong> และดำเนินการตามหลักการเว้นระยะห่างทางสังคม ธ.ก.ส. จึงได้เปิดช่องทางลงทะเบียนขอสินเชื่อดังกล่าว ผ่านทาง LINE Official BAAC Family โดยผู้ลงทะเบียนสามารถเลือกได้เพียงหนึ่งโครงการ เมื่อลงทะเบียนสำเร็จจะได้รับข้อความแสดงการลงทะเบียนสำเร็จและหมายเลขอ้างอิง จากนั้นรอรับนัดหมายจากสาขาในภายหลังเพื่อทำสัญญาต่อไป กรณีไม่สามารถลงทะเบียนได้ ลูกค้าสามารถติดต่อขอสินเชื่อได้ที่สาขาใกล้บ้าน ได้จนถึง 30 มิถุนายน 2564</p>

<p><strong>ข้อมูลข่าวและที่มา</strong><br />
ผู้สื่อข่าว : กัญญาณัฐ พงศ์ธเนศภาคิน<br />
ผู้เรียบเรียง : ธนพิชฌน์ แก้วกา<br />
แหล่งที่มา : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</p>
]]></description>
<enclosure url='https://nbtphitsanulok.prd.go.th/th/file/get/file/202008173294b9226557de8278329a5fcf075165125639.jpg' type='image/jpg' length='47676' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[47 ลูกเรือไทยในฟิลิปปินส์กลับถึงไทยแล้ว หลังประสบปัญหาจากพิษโควิด-19 ตกงานอยู่บนเรือสำราญค้างน่านน้ำนานเกือบ 6 เดือน]]></title>
<link>https://nbtphitsanulok.prd.go.th/th/content/category/detail/id/37/iid/347</link>
<guid isPermaLink="false">b85d7669ee92ff9e1a27d9405ed3133d</guid>
<pubDate>Mon, 17 Aug 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong>47 ลูกเรือไทยในฟิลิปปินส์กลับถึงไทยแล้ว หลังประสบปัญหาจากพิษโควิด-19 ตกงานอยู่บนเรือสำราญค้างน่านน้ำนานเกือบ 6 เดือน&nbsp;</strong></p>

<p><strong>นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน</strong> มอบหมายให้นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน เดินทางไปรับแรงงานไทยที่เดินทางกลับจากประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งแรงงานไทยกลุ่มนี้ได้ไปทำงานเป็นลูกเรือสำราญ จำนวน 47 ราย โดยการจัดส่งของบริษัทจัดหางานในหลายบริษัท แต่เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ทำให้ว่างงานอยู่บนเรือสำราญซึ่งได้หยุดทำการรับผู้โดยสารมาแล้วเกือบ 6 เดือน และไม่สามารถออกไปไหนได้ จึงร้องขอความช่วยเหลือผ่านสื่อโซเชียลมีเดียขอให้รัฐบาลช่วยเหลือพากลับประเทศไทย ล่าสุด ลูกเรือทั้ง 47 คน เดินทางกลับถึงประเทศไทยที่สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิแล้ว เมื่อเวลาประมาณ 13.55 น. โดยแรงงานทุกคนต่างดีใจที่ได้กลับไทย&nbsp;</p>

<p><strong>นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า</strong> กระทรวงแรงงาน ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด &ndash; 19 (ศบค.) กระทรวงการต่างประเทศ และบริษัทจัดหางาน เพื่อร่วมกันในการช่วยเหลือพาแรงงานไทยกลับประเทศ ซึ่งจากการตรวจสอบสถานะความเป็นสมาชิกกองทุนคนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ พบว่า แรงงานไทย 47 ราย มีข้อมูลในระบบสมาชิกกองทุน 37 ราย ในจำนวนนี้ยังอยู่ในความคุ้มครอง 14 ราย และสิ้นสุดความคุ้มครอง 23 ราย ส่วนอีก 8 ราย ไม่มีประวัติสมาชิกกองทุน และอีก 2 ราย เดินทางไปทำงานต่างประเทศด้วยตนเอง สำหรับผู้ที่เป็นสมาชิกกองทุนฯ จะได้รับการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เบื้องต้นจะได้รับเงินช่วยเหลือคนละ 15,000 บาท ส่วนขั้นตอนจากนี้ เจ้าหน้าที่จะให้แรงงานทั้งหมดไปกักตัวตามสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ เป็นเวลา 14 วัน เพื่อเฝ้าระวังระยะการฟักตัวของโควิด-19&nbsp;</p>

<p><strong>รองปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวต่อไปว่า</strong> รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กำชับให้ดูแลประสานความช่วยเหลือพาแรงงานกลับประเทศ พร้อมดูแลเนื่องต่อตามภารกิจหลังผ่านการกักตัวตามมาตรการของรัฐ อีกทั้งให้ดูแลสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่แรงงานพึ่งได้รับ ทั้งนี้ ขอแจ้งเตือนให้แรงงานไทยที่จะเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ ควรสมัครเป็นสมาชิกกองทุน อัตราค่าสมัครเพียง 300-500 บาท เพื่อจะได้รับสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่าและช่วยบรรเทาความเดือดร้อน หากต้องประสบปัญหาที่ไม่อาจคาดการณ์ล่วงหน้าได้</p>

<p><strong>ข้อมูลข่าวและที่มา</strong><br />
ผู้สื่อข่าว : นิตยา คุณสิม<br />
ผู้เรียบเรียง : ธนพิชฌน์ แก้วกา<br />
แหล่งที่มา : Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</p>
]]></description>
<enclosure url='https://nbtphitsanulok.prd.go.th/th/file/get/file/202008177c97abc2ed5a02062cfdde3a4db8dd99125810.jpg' type='image/jpg' length='105102' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน สั่งการให้กรมจัดหางานทำงานเชิงรุก รวบรวมตำแหน่งงานว่างรองรับคนว่างงาน เกือบ100,000 อัตรา เร่งผลักดันสางปัญหาว่างงานในทุกภาคส่วน เนื่องจากผลกระทบพิษโควิด-19]]></title>
<link>https://nbtphitsanulok.prd.go.th/th/content/category/detail/id/37/iid/348</link>
<guid isPermaLink="false">068bec0907ce8ed7633116843a712c58</guid>
<pubDate>Mon, 17 Aug 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน สั่งการให้กรมจัดหางานทำงานเชิงรุก รวบรวมตำแหน่งงานว่างรองรับคนว่างงาน เกือบ100,000 อัตรา เร่งผลักดันสางปัญหาว่างงานในทุกภาคส่วน เนื่องจากผลกระทบพิษโควิด-19</strong></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong> &nbsp; นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน</strong> &nbsp;ระบุ ตระหนักถึงปัญหาการว่างงานที่เกิดขึ้นกับพี่น้องแรงงานในทุกภาคส่วนของประเทศ เร่งสร้างงาน สร้างอาชีพ ทุกมิติ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนทันที ชี้ ผลพวงการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 &nbsp;ส่งผลกระทบถึงสถานการณ์การจ้างงานทั่วโลกไม่เฉพาะประเทศไทยเท่านั้น เผย ขณะนี้รวบรวมตำแหน่งงานว่างรองรับผู้ว่างงานได้แล้ว &nbsp;91,444 &nbsp; อัตรา ยกระดับฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังพิษโควิด -19 &ldquo;รัฐบาลโดยการนำของ ท่านพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นั้นให้ความสำคัญกับปัญหาการว่างงานที่เกิดขึ้นกับประชาชน และไม่ได้นิ่งนอนใจ ซึ่งทันทีที่ได้รับมอบหมายจาก ท่านนายกรัฐมนตรี &nbsp;ทางกระทรวงแรงงานได้จัดการวางแนวทางแก้ไขปัญหาการว่างงานและ เร่งดำเนินอย่างเร่งด่วนเพื่อกระตุ้นให้เกิดการจ้างงานอย่างเร่งด่วนทันที &nbsp;โดยขณะนี้ กรมการจัดหางานได้ เตรียมตำแหน่งงานว่างไว้รองรับผู้ว่างงานได้แล้ว 91,444 &nbsp;อัตรา แบ่งเป็น ดังนี้<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 1) &nbsp; เปิดตลาดในต่างประเทศ โดยได้ร่วมมือกับสมาคมผู้ส่งออกแรงงานไทยไปต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้แรงงานไทยเป็นที่ต้องการของตลาดงานต่างประเทศจำนวนมาก เพราะรัฐบาลไทยมีการบริหารจัดการโรคโควิด-19 ได้ดี ผู้ติดเชื้อในประเทศไม่มีติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ทำให้เป็นโอกาสดีในการขยายตลาดแรงงาน โดยขณะนี้มีการส่งแรงงานไปในประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ อาทิ ไต้หวัน โดยมีมาตรการเข้มข้นในการป้องกันการติดเชื้อ อย่างไรก็ดี จากข้อมูลของกองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรมการจัดหางาน พบว่ายังมีตำแหน่งงานที่ยังว่างอยู่ สำหรับส่งแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศช่วงหลังสถานการณ์โควิด-19 จำนวน 49,077 อัตรา &nbsp;ใน ไต้หวัน ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี มาลาเซีย &nbsp;สิงคโปร์ และ อิสราเอล ซึ่งกระทรวงแรงงานจะประสานงานใกล้ชิดกับอีกหลายประเทศ เพื่อส่งคนไทยไปทำงานในอาชีพใหม่ๆ ได้ทันทีหลังสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 2) ตำแหน่งงานในประเทศทั่วประเทศทั้งในภาคเอกชนจากระบบ Smart Job ที่เป็นงานประจำ และงาน &nbsp;part-time รวมทั้งตำแหน่งงานว่างในเขตพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ใน 3 จังหวัด คือ ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญในการขับเคลื่อนด้านแรงงาน เศรษฐกิจและสังคม จำนวน 42,367 &nbsp;อัตรา (ข้อมูลจาก กองพัฒนาระบบบริการจัดหางาน กรมการจัดหางาน) ซึ่งตำแหน่งงานทั้งหมด ครอบคลุมทุกระดับการศึกษาตั้งแต่ประถมศึกษา จนถึงปริญญาตรี ขึ้นไป<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; โดยจากข้อมูลของกรมการจัดหางาน พบว่าตำแหน่งงานว่างทั่วประเทศที่นายจ้างต้องการมากที่สุด 10 อันดับแรก ได้แก่ 1.แรงงานด้านการผลิต 2.แรงงานในด้านการผลิตต่าง ๆ , แรงงานทั่วไป 3.ช่างอัญมณีและช่างประดิษฐ์เครื่องประดับอื่น ๆ 4.ตัวแทนนายหน้าขายบริการธุรกิจอื่น ๆ 5.พนักงานขายสินค้า &nbsp;(ประจำร้าน) , พนักงานขายของหน้าร้าน 6.พนักงานจัดส่งสินค้าอื่น ๆ 7.พนักงานขายและผู้นำเสนอสินค้าอื่นๆ 8.พนักงานขับรถยนต์ 9.พนักงานคลังสินค้าอื่นๆ 10.พนักงานดูแลความปลอดภัย, พนักงานรักษาความปลอดภัย(ยาม) ขณะที่ ตำแหน่งงาน part-time &nbsp;โดยส่วนใหญ่ต้องการ &nbsp;1.แรงงานด้านการผลิต 2.พนักงานจัดส่งสินค้าอื่น ๆ 3.เจ้าหน้าที่เก็บเงิน,แคชเชียร์ &nbsp;4.เจ้าหน้าที่ขนส่งอื่นๆ &nbsp;5.พนักงานขาย &nbsp;และผู้นำเสนอสินค้าอื่น ๆ &nbsp;6.แรงงานในด้านการผลิตต่างๆ, แรงงานทั่วไป 7.พนักงานขายทอดตลาด &nbsp;8.เจ้าหน้าที่สินเชื่อ,เจ้าหน้าที่การเงิน &nbsp;9.ตัวแทนนายหน้าขายบริการธุรกิจอื่นๆ 10.พนักงานขายสินค้า (ประจำร้าน),พนักงานขายของหน้าร้าน ส่วนตำแหน่งงานว่างในเขตพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ใน 3 จังหวัด คือ ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญในการขับเคลื่อนด้านแรงงาน เศรษฐกิจและสังคม &nbsp; ประเภทงานที่ EEC มีความต้องการแรงงานมากที่สุด &nbsp;ได้แก่ 1.แรงงานด้านการผลิตอื่นๆ &nbsp;; &nbsp;แรงงานทั่วไป &nbsp;2.พนักงานรักษาความปลอดภัย &nbsp;3.พนักงานบริการอื่นๆ 4.ช่างอัญมณีและช่างประดิษฐ์เครื่องประดับอื่นๆ &nbsp;5.ผู้ตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ 6.ช่างเทคนิควิศวกรรมไฟฟ้า &nbsp;7.ช่างเทคนิควิศวกรรมโยธา &nbsp;(ก่อสร้าง) 8.พนักงานขาย และผู้นำเสนอสินค้าอื่น ๆ 9.เจ้าหน้าที่เทคนิคเคมี &nbsp;, ช่างเทคนิค (อินทรีย์เคมี , ยาง , พลาสติก, โพลิเมอร์, สี , กระดาษ , น้ำมัน , เส้นใย , อาหารและเครื่องดื่ม) &nbsp;10.เจ้าหน้าที่การตลาด และอื่นๆ (ช่างเทคนิควิศวกรรมเครื่องกลอื่น ๆ, แม่บ้านและผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ, ช่างเชื่อมโลหะด้วยไฟฟ้า , ฯลฯ) &nbsp;และ ยังได้สั่งการให้ทุกหน่วยในพื้นที่ เร่งหาตำแหน่งงานใหม่ๆเพิ่มขึ้น โดยทำงานเชิงรุก เดินหน้าเข้าหาสถานประกอบการ หาตำแหน่งทำงานที่ว่าง และ matching งาน ให้แก่ผู้ว่างงาน รวมทั้งมีการฝึกทักษะอาชีพ พร้อมสนับสนุนเบี้ยเลี้ยง โดยมีศูนย์อำนวยการแรงงานแห่งชาติ เป็นศูนย์บัญชาการกลาง&rdquo;<strong> นายสุชาติฯ</strong> กล่าว<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ขณะเดียวกัน ยังได้วางแนวทางใช้ platform ชื่อ &quot;ไทยมีงานทำ ซึ่งเป็นการร่วมมือระหว่างสภาพัฒน์กับแบงค์ชาติ ร่วมกันจัดทำ ตามนโยบายของ ท่านนายกรัฐมนตรี &quot;เพื่อแก้ปัญหาการว่างงาน โดยเฉพาะ ซึ่งจะรวบรวมตำแหน่งงานว่างจากภาครัฐ ภาคเอกชน และ โครงการเงินกู้กว่า 400,000 ตำแหน่ง &nbsp;เพื่อให้บริการประชาชน พร้อมการสมัครฝึกอบรมทั้ง online และ classroom เป็น platform เบ็ดเสร็จสำหรับการส่งเสริมการมีงานทำ &nbsp; ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนา คาดว่าจะสามารถให้บริการประชาชนได้ภายในสิ้นเดือนนี้นอกจากนี้ ทางรัฐบาล โดยกระทรวงแรงงานและกระทรวงต่างๆ ยังได้ &nbsp;ระดมกันจัดทำโครงการเพื่อจ้างงาน สร้างรายได้ เกือบ 100,000 อัตรา รองรับการแก้ปัญหาการว่างงานโดยเฉพาะ &nbsp;อาทิ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) กระทรวงมหาดไทย &nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตร เป็นต้น &nbsp;สำหรับกระทรวงแรงงาน ในปีงบประมาณ 2564 ได้ขอจัดสรรเพื่อดำเนินโครงการจ้างงานให้กับประชาชน &nbsp;จำนวน 30,000 อัตรา เช่นกัน<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong> นายสุชาติ ชมกลิ่น</strong> กล่าวตอนท้ายว่า จากผลกระทบของโควิด-19 ทำให้ตลาดแรงงานในประเทศไทยมีความผันผวน &nbsp;ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก &nbsp; อย่างไรก็ดี รัฐบาลได้ตระหนักว่า &nbsp;หากแรงงานในประเทศ ไม่มีงานทำนั้น ย่อมจะส่งผลต่อการใช้จ่ายของคนในประเทศ &nbsp;อาจส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อไป ถึงภาคส่วนอื่นๆ &nbsp;ทางรัฐบาล จะเร่งวางแนวทางและดำเนินมาตรการให้ครอบคลุมและให้ได้ผลดีที่สุดกับพี่น้องภาคแรงงานทุกกลุ่ม ให้ได้กลับเข้าสู่ระบบการจ้างงานให้ได้มากที่สุด &nbsp; และเกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไปในแนวทางที่ดีขึ้น เพราะว่าประเทศไทย เป็นที่1 ในโลก ที่แก้ไขปัญหาโควิด-19 ได้อย่างสมบูรณ์แบบ จนกิจการต่างๆในประเทศสามารถเปิดเป็นปกติได้เกือบ 100% แล้ว เป็นที่อิจฉาของนานาประเทศทั่วโลก</p>
]]></description>
<enclosure url='https://nbtphitsanulok.prd.go.th/th/file/get/file/202008172915d45be406891ec32d0eac8f297f34130024.jpg' type='image/jpg' length='545479' />
</item>
</channel>
</rss>
